ขายไส้กรอก Delivery (Grab/Lineman)

ขายไส้กรอก Delivery (Grab/Lineman): ทางรอดร้านอาหารยุคใหม่ ปั้นยอดขายได้ 24 ชม.

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การนั่งรอลูกค้าเดินมาหน้าร้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไปครับ การ “ขายไส้กรอก Delivery (Grab/Lineman)” จึงกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่ช่วยให้ร้านเล็กๆ หรือแม้แต่ครัวในบ้าน (Cloud Kitchen) สร้างยอดขายหลักหมื่นหลักแสนได้ โดยไม่ต้องมีหน้าร้านทำเลทอง

แต่สนามเดลิเวอรี่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ อุปสรรคใหญ่คือ “ค่า GP” (Gross Profit) หรือค่าคอมมิชชั่นที่แอปฯ หักจากเรา (ประมาณ 30-32%) หลายคนขายดีแต่ขาดทุนเพราะตั้งราคาไม่เป็น วันนี้ StarUp Foods จะมากางตำราวิชาเดลิเวอรี่ สอนวิธีขายไส้กรอกทอดยังไงให้ลูกค้ากดสั่ง และร้านยังมีกำไรเหลือๆ ครับ

1. ชนะเกมราคา: ตั้งราคายังไงไม่ให้จมค่า GP?

นี่คือด่านปราบเซียนครับ ถ้าคุณขายราคาหน้าร้าน (เช่น ไม้ละ 10 บาท) บนแอปฯ โดนหัก GP 30% คุณจะเหลือแค่ 7 บาท ซึ่งอาจต่ำกว่าทุน! สูตรการตั้งราคา Delivery: คุณต้องบวกราคาเผื่อค่า GP เพื่อให้เหลือกำไรเท่าเดิม โดยใช้สูตรนี้ครับ:

ราคาขายบนแอป=1−%GPราคาขายหน้าร้านปกติ​

ตัวอย่าง: ต้องการขายให้ได้เงิน 15 บาท (หลังหัก GP 30% หรือ 0.3)

ราคาขายบนแอป=0.715​≈21.4 บาท

(คุณอาจตั้งราคาขายที่ 22 หรือ 25 บาท เพื่อความคุ้มค่า)

เทคนิคเพิ่มเติม: อย่าตั้งราคาโดดๆ ให้ใช้วิธี “จัดเซต” (Bundling) เช่น เซตอิ่มคุ้ม 99 บาท (รวมไส้กรอก 5 อย่าง + โค้ก) ลูกค้าจะรู้สึกคุ้มค่ากว่าการซื้อแยกไม้ละ 25 บาท

2. เมนูต้อง “ยั่วน้ำลาย” ผ่านหน้าจอ (Menu Engineering)

บนแอปฯ ลูกค้าไม่ได้กลิ่นหอมๆ เหมือนหน้าร้าน “รูปภาพ” คือสิ่งเดียวที่เขาเห็น

  • รูปต้องปัง: ถ่ายรูปไส้กรอกตอนทอดเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ เห็นควันกรุ่นๆ หรือชีสเยิ้มๆ ให้ชัดเจน (ลงทุนจ้างถ่ายรูป หรือใช้กล้องมือถือจัดแสงดีๆ ช่วยได้มาก)
  • ชื่อเมนูต้องสะดุด: อย่าตั้งแค่ “ไส้กรอกแดง” ให้ตั้งว่า “ไส้กรอกแดงในตำนาน ทอดกรอบสนั่น (ชุด 10 ไม้)”
  • ตัวเลือกเสริม (Add-on): เพิ่มกำไรด้วยการขายท็อปปิ้ง เช่น ชีสซอส (+15 บาท), ผงเขย่าปาปริก้า (+10 บาท), หรือผักสดเพิ่ม (+5 บาท)

3. แพ็คเกจจิ้ง (Packaging): หัวใจของการส่งไกล

โจทย์ยากของไส้กรอกทอดคือ “ทำยังไงให้ถึงมือลูกค้าแล้วยังกรอบ?”

  • ต้องระบายอากาศ: ห้ามมัดปากถุงพลาสติกแน่นเด็ดขาด! ไอร้อนจะทำให้ไส้กรอกแฉะ ให้ใช้ “ถุงกระดาษ” หรือ “กล่องเจาะรูระบายอากาศ”
  • แยกน้ำจิ้ม: ใส่กระปุกปิดฝาแน่น หรือถุงซีล อย่าราดไปบนตัวไส้กรอก เพราะกว่าจะถึงลูกค้า ไส้กรอกจะอืดน้ำจิ้มจนไม่อร่อย
  • แยกผัก: ผักสดควรแยกใส่ถุงซิปเล็กๆ เพื่อไม่ให้ความร้อนจากไส้กรอกทำให้ผักเหี่ยว

4. เปรียบเทียบ: ขายหน้าร้าน vs ขาย Delivery ต้องปรับตัวยังไง?

ปัจจัยขายหน้าร้าน (Offline)ขาย Delivery (Online)
การตั้งราคาราคาปกติ (เช่น 10-15 บาท)บวกเพิ่ม 30-35% หรือจัดเซต
ปริมาณการขายขายทีละไม้สองไม้ได้เน้นขายเป็นชุด (Minimum Order)
ความเร็วลูกค้ารอได้นิดหน่อยไรเดอร์และลูกค้าต้องการความไวสูง
การตลาดป้ายหน้าร้าน, กลิ่นรูปภาพ, โปรโมชั่นในแอป, รีวิว
ต้นทุนแฝงค่าที่, ค่าไฟค่า GP, ค่ากล่อง/ถุงกระดาษ

ทำไมร้าน Delivery ถึงนิยมใช้ไส้กรอก StarUp? (EEAT)

การขายเดลิเวอรี่ ลูกค้ามีความคาดหวังสูงครับ ถ้าสั่งมาแล้วไม่อร่อย เขาจะรีวิว 1 ดาวทันที ซึ่งส่งผลเสียระยะยาว StarUp (บริษัท สตาร์ เอ็กซ์พอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด) ช่วยให้ร้าน Delivery มั่นใจได้ด้วยคุณภาพสินค้า:

  1. Texture คงทน: ไส้กรอกของเราถูกพัฒนาให้มีความกรอบเด้ง แม้จะผ่านการเดินทาง 20-30 นาที ก็ยังรักษารสสัมผัสได้ดีกว่าไส้กรอกทั่วไป
  2. เมนูหลากหลาย: สร้างความแตกต่างในแอปฯ ได้ด้วยเมนูพรีเมียม เช่น ไส้กรอกไก่รมควันหนังกรอบ หรือ โบโลน่าพริก
  3. รูปสวยพร้อมใช้: เรามี Media Support ให้ลูกค้านำรูปสินค้าสวยๆ ไปใช้ตกแต่งหน้าร้านบน Grab/Lineman ได้เลย ประหยัดค่าจ้างถ่ายรูป

ข้อมูลติดต่อ Starupfoods

อยากเปิดร้าน Delivery ให้ปัง เริ่มต้นด้วยวัตถุดิบที่ใช่ ทักหาเราเพื่อขอเรทราคาส่งได้เลยครับ

  • ที่อยู่: 4/201 ซอยอนามัยงามเจริญ 11 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
  • โทรศัพท์: 093 535 5556
  • LINE: @salesstarup
  • อีเมล: info@starupfoods.com
  • เว็บไซต์: starupfoods.com
  • เวลาทำการ: 8.00 – 17.00 น. (หยุดทำการวันอาทิตย์)

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. สมัครขาย Grab/Lineman ยากไหม?

ไม่ยากครับ โหลดแอปฯ สำหรับร้านค้า (GrabMerchant / Wongnai Merchant App) แล้วกรอกเอกสาร อัปโหลดรูปเมนู และบัญชีธนาคาร ใช้เวลาอนุมัติประมาณ 3-7 วันก็เริ่มขายได้เลย

2. ถ้าไม่อยากเสียค่า GP ทำยังไง?

สมัครแบบ “Non-GP” ได้ครับ แต่ค่าส่งที่ลูกค้าต้องจ่ายจะแพงมาก และร้านจะถูกปิดกั้นการมองเห็น (ลูกค้าหายาก) แนะนำให้สมัครแบบ GP แต่บริหารต้นทุนให้ดีจะคุ้มกว่าในระยะยาวเพราะได้ Traffic ลูกค้าเยอะกว่า

3. จัดโปรโมชั่นอะไรดีบนแอป?

โปรฯ “ค่าส่ง 0 บาท” หรือ “ลด 20% เมนูเซต” จะดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุดครับ เพราะลูกค้าในแอปฯ แพ้คำว่าส่วนลด

4. ไส้กรอกทอด เก็บได้นานแค่ไหนก่อนส่ง?

แนะนำให้ “ทอดใหม่เมื่อมีออเดอร์” (Made to order) ดีที่สุดครับ หรือทอดไว้แค่พออุ่นๆ แล้วลงทอดซ้ำไฟแรงแป๊บเดียวก่อนส่ง ไรเดอร์ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ย 15-20 นาที ไส้กรอกยังร้อนอยู่แน่นอน

5. ทำไมยอดขายไม่ดีในช่วงแรก?

ช่วงแรกร้านยังไม่มี “รีวิว” ครับ ให้ลองเขียนโน้ตเล็กๆ แปะไปบนถุง ขอบคุณลูกค้าและขอกำลังใจรีวิว 5 ดาว หรือแถมลูกอม/ไส้กรอกชิ้นเล็กๆ ไปให้ลูกค้าประทับใจ

References

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการบริหารร้านอาหารบนแอปพลิเคชัน Delivery:

  • Wongnai for Business: คู่มือการใช้งานและเทคนิคเพิ่มยอดขายสำหรับร้านค้า Lineman Wongnai https://www.wongnai.com/business
  • GrabMerchant Blog: แหล่งรวมบทความ เคล็ดลับ และข่าวสารสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านค้า GrabFood https://www.grab.com/th/merchant/blog/
  • Hungry Hub Blog: บทความเจาะลึกกลยุทธ์การตลาดร้านอาหารและ Delivery https://blog.hungryhub.com/category/restaurant-management/

พร้อมเปิดรับออเดอร์รัวๆ หรือยังครับ? อย่าลืมทักไลน์ @salesstarup เพื่อสต็อกของเตรียมรับเสียงเตือน “มีออเดอร์ใหม่เข้ามาแล้วค่ะ” กันนะครับ!

Share on

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง