ไส้กรอกพรีเมียมใช้เนื้อจริง 70-90 เปอร์เซ็นต์ เนื้อสัมผัสแน่นเด้ง รสกลมกล่อมจากเครื่องเทศธรรมชาติ ส่วนไส้กรอกทั่วไปใช้เนื้อจริง 30-50 เปอร์เซ็นต์ ผสมแป้งและเครื่องเทศมากกว่า ราคาขายปลีกต่ำกว่า เหมาะกับลูกค้าที่เน้นปริมาณ คุ้มจ่ายเพิ่มไหมขึ้นอยู่กับว่าซื้อไปทำอะไร ครอบครัวที่กินบ่อยและร้านอาหารที่อยากให้ลูกค้าติดใจ จ่ายเพิ่มแล้วได้คุ้ม ส่วนร้านที่ขายปริมาณมากต่อวัน เลือกตามที่ลูกค้าตลาดของตัวเองต้องการได้
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองดูส่วนผสมไส้กรอกว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเช็คก่อน แล้วเปรียบเทียบฉลากระหว่าง 2 เกรดจะเห็นความต่างชัดเจน

ความต่างที่ปริมาณเนื้อจริง
ไส้กรอกพรีเมียมมีเนื้อจริง 70-90 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักรวม ที่เหลือเป็นไขมัน เครื่องเทศ และเกลือ เนื้อจริงคือเนื้อหมูหรือเนื้อไก่บดที่ยังคงโครงสร้างของเส้นใยกล้ามเนื้อ เคี้ยวแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นเนื้อจริง ให้โปรตีนสูง พลังงานจากเนื้อมากกว่าจากแป้ง
ไส้กรอกทั่วไปในตลาดมีเนื้อจริง 30-50 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นแป้งมัน แป้งสาลี ไขมันสัตว์ น้ำ และเครื่องปรุง ใช้เนื้อบดละเอียดที่ทำให้เนื้อสัมผัสเนียน ราคาขายต่อชิ้นถูกกว่า เหมาะกับร้านที่ขายปริมาณมากต่อวันและลูกค้าตลาดที่เน้นความคุ้มราคา
วิธีดูปริมาณเนื้อจริงจากฉลาก
ฉลากของ อย. ระบุส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อย ถ้า เนื้อหมู หรือ เนื้อไก่ เป็นชื่อแรกในรายการ แสดงว่าใช้เนื้อมากที่สุด ในไส้กรอกพรีเมียมจะระบุ เนื้อหมู 70% หรือ เนื้อไก่ 80% ไว้ชัดเจน ผู้ซื้อสามารถดูตรงนี้เพื่อรู้ว่าได้คุณค่าทางอาหารแค่ไหน
ส่วนผสมและเครื่องเทศ ใช้ต่างกัน
ไส้กรอกพรีเมียมใช้เครื่องเทศธรรมชาติเป็นหลัก เช่น เกลือ พริกไทย กระเทียม หัวหอม และเครื่องเทศเฉพาะสูตร บางสูตรอาจใส่นมหรือไข่เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัส รสชาติเลยใกล้เคียงเนื้อจริงและกลิ่นเครื่องเทศสด ไม่ใช้ผงชูรสหรือสีสังเคราะห์เพิ่ม
ไส้กรอกทั่วไปใช้ส่วนผสมที่ทำให้ราคาขายปลีกถูกลงและเก็บได้นาน เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลี ผงชูรส สีผสมอาหาร และสารกันบูดมาตรฐาน อย. กระบวนการนี้ทำให้ไส้กรอกพร้อมกินใช้กับเมนูจานด่วนได้สะดวก ลูกค้าตลาดที่เน้นความคุ้มจะติดใจที่ราคา
เลือกสูตรให้เหมาะกับการใช้
ครอบครัวที่ใส่ใจคุณค่าทางอาหารและอยากกินเนื้อจริงเยอะ เลือกพรีเมียม ร้านขายของกินที่ลูกค้าหลักคือคนเดินตลาดและเน้นปริมาณ ใช้ไส้กรอกทั่วไปก็เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเช่นกัน ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกร้าน
เนื้อสัมผัส รสชาติ ต่างกันยังไง
ไส้กรอกพรีเมียมมีเนื้อสัมผัสแน่น เด้ง และเคี้ยวรู้สึกถึงเส้นใยเนื้อจริง รสชาติเค็มกลมกล่อม กลิ่นเครื่องเทศหอม เหมาะกับร้านอาหารที่อยากให้ลูกค้าได้รสที่เต็มที่ ครอบครัวที่อยากกินไส้กรอกแล้วรู้สึกเหมือนกินเนื้อจริง
ไส้กรอกทั่วไปมีเนื้อสัมผัสเนียนนิ่ม รสชาติเค็มจัดและกลิ่นเครื่องเทศไม่หนัก เหมาะกับร้านที่ทำเมนูที่ใช้น้ำจิ้มและซอสมาก เช่น ไส้กรอกทอดราดข้าว ไส้กรอกในข้าวเหนียว ซึ่งซอสจะเสริมรสให้เต็มอยู่แล้ว
มาตรฐาน อย. และมาตรฐานเสริม
ไส้กรอกพรีเมียมส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐานครบทั้ง อย. (ความปลอดภัยอาหาร) GMP (โรงงานมาตรฐาน) และอาจมีฮาลาลด้วยถ้าใช้เนื้อไก่ บางยี่ห้อมี HACCP เพิ่มเติม (ระบบควบคุมจุดเสี่ยง) ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าโรงงานใช้กระบวนการผลิตที่ละเอียดและสะอาด
ไส้กรอกทั่วไปผ่าน อย. ตามมาตรฐานพื้นฐานเช่นกัน ผู้ผลิตทุกรายที่ขายในห้างใหญ่และตลาดสดทั่วไปต้องผ่าน อย. ทำให้กินได้ปลอดภัย ผู้ซื้อสังเกตเลขทะเบียน อย. บนฉลากก่อนซื้อทุกครั้งเพื่อความมั่นใจ
วิธีเช็คมาตรฐานก่อนซื้อ
เปิดดูฉลากด้านหลังแพ็ค ต้องมีเลข อย. 13 หลัก เริ่มด้วยเลขจังหวัด ตามด้วยรหัสประเภทอาหาร ถ้ามี GMP หรือ HACCP จะมีโลโก้สี่เหลี่ยมพิมพ์อยู่บนแพ็ค ส่วนฮาลาลจะมีโลโก้ดาวห้าแฉกในสี่เหลี่ยม เลือกตามมาตรฐานที่ตรงกับความต้องการ
ราคาส่ง ราคาปลีก เปรียบเทียบ
ไส้กรอกพรีเมียมมีราคาส่งประมาณ 180-350 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปลีกที่ห้างใหญ่อยู่ที่ 15-35 บาทต่อชิ้น ขึ้นกับขนาดและประเภท แพ็ค 250 กรัมราคาประมาณ 80-120 บาท เหมาะกับครอบครัวที่ใส่ใจคุณค่าทางอาหาร ร้านอาหารที่เน้นคุณภาพ และโรงแรม
ไส้กรอกทั่วไปมีราคาส่งประมาณ 60-150 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปลีกในตลาดสดและร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 5-15 บาทต่อชิ้น แพ็ค 250 กรัมราคาประมาณ 30-60 บาท เหมาะกับร้านขายของกินที่ต้องการต้นทุนต่ำต่อชิ้น และครอบครัวที่ซื้อเป็นจำนวนมาก
ที่ StarUp Foods ผลิตไส้กรอกในเกรดพรีเมียมเป็นหลัก ใช้เนื้อไก่จริง 75-85 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่ผงชูรส และไม่ใส่สีสังเคราะห์ ทำให้ลูกค้าที่ใส่ใจคุณค่าทางอาหารและร้านที่ขายของเกรดสูงเลือกใช้
คุ้มจ่ายเพิ่มไหม
คำตอบขึ้นอยู่กับว่ากินบ่อยแค่ไหนและซื้อไปทำอะไร ครอบครัวที่กินที่บ้านสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายส่วนต่างต่อเดือนประมาณ 200-400 บาท คุ้มเพราะได้คุณค่าทางอาหารและรสชาติที่เต็มกว่า โดยเฉพาะถ้ามีเด็กในบ้านที่ต้องการโปรตีนเพื่อโต
ร้านอาหารและร้านขายของกินที่เสิร์ฟลูกค้า ใช้ไส้กรอกพรีเมียมจะช่วยให้ลูกค้าติดใจรสและมารีออร์เดอร์ ราคาขายต่อจานสามารถบวกเพิ่ม 5-15 บาทได้ตามคุณภาพที่ดีขึ้น กำไรต่อจานจึงสูงกว่าใช้ไส้กรอกทั่วไป
ร้านที่ขายปริมาณมากต่อวัน เช่น ขายไส้กรอกทอด 500 ชิ้นต่อวัน ส่วนต่างต่อชิ้นอาจดูเล็กแค่ 2-5 บาท แต่รวมต่อเดือนเป็นหลักหมื่น ต้องคำนวณว่าลูกค้าตลาดที่เราขายต้องการรสและคุณภาพระดับไหน ลูกค้าตลาดท้องถิ่นที่เน้นความคุ้มราคา ใช้ไส้กรอกทั่วไปก็ตอบโจทย์ได้ดี ลูกค้าที่อยากได้รสและเนื้อจริง ใช้พรีเมียมแล้วบวกราคาขายได้
ตารางสรุปสั้น ๆ
| หัวข้อ | พรีเมียม | ทั่วไป |
| ปริมาณเนื้อจริง | 70-90% | 30-50% |
| ส่วนผสมหลัก | เนื้อจริง เครื่องเทศธรรมชาติ | เนื้อจริง แป้ง เครื่องปรุง |
| เนื้อสัมผัส | แน่น เด้ง รู้สึกถึงเนื้อ | เนียนนิ่ม |
| รสชาติ | กลมกล่อม กลิ่นเครื่องเทศ | เค็มจัด ใช้กับซอสได้ดี |
| มาตรฐาน | อย. + GMP + (HACCP) | อย. มาตรฐานพื้นฐาน |
| ราคาส่ง | 180-350 บาท/กก. | 60-150 บาท/กก. |
| เหมาะกับ | ครอบครัว เด็ก ร้านเน้นคุณภาพ | ร้านขายปริมาณมาก ตลาดทั่วไป |
สรุป เลือกแบบไหนดี
ครอบครัวที่กินไส้กรอกประจำและอยากได้เนื้อจริงเยอะ เลือกพรีเมียมเพื่อโปรตีนและรสที่เต็มกว่า ร้านอาหารและร้านขายของกินที่อยากให้ลูกค้าติดใจรสจนกลับมารีออร์เดอร์ เลือกพรีเมียมเพราะกำไรต่อจานสูงกว่า
ร้านที่ขายตลาดล่างและเน้นปริมาณมากต่อวัน เลือกไส้กรอกทั่วไปที่มี อย. ครบจะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้ ราคาขายต่อชิ้นย่อมเยา ลูกค้าตลาดสดและตลาดนัดติดใจที่ราคาคุ้มและกินอิ่มในงบจำกัด
ไส้กรอกของ StarUp Foods มีในเกรดพรีเมียม ใช้เนื้อไก่จริงในสัดส่วนสูง ไม่ใส่ผงชูรส และไม่ใส่สีสังเคราะห์ ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน อย. และ GMP หาซื้อได้ที่ CJ โลตัส แม็คโคร มิ-มินิมาร์ท และตลาดสดทั่วประเทศ
บริษัทที่ต้องการสั่งซื้อจำนวนมาก ดูรายการสินค้าทั้งหมด หรือติดต่อ StarUp Foods เพื่อขอตัวอย่างสินค้าและเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
คุ้มถ้ากินบ่อยและเทียบรายเดือนแล้วราคาส่วนต่างไม่สูงมาก ครอบครัว 4 คนกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้ไส้กรอก 500 กรัมต่อมื้อ ส่วนต่างต่อเดือนประมาณ 200-400 บาท ได้คุณค่าทางอาหารและรสที่เต็มกว่า ถ้ากินเดือนละ 1-2 ครั้ง เลือกพรีเมียมเฉพาะวันสำคัญหรือมื้อพิเศษได้ ใช้ไส้กรอกทั่วไปในมื้ออื่นก็พอ
ไม่จืด ถ้าใช้เครื่องเทศและส่วนผสมธรรมชาติดีพอ เครื่องเทศอย่างกระเทียม พริกไทย หัวหอม รวมถึงเนื้อจริงคุณภาพดี จะให้รสกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งผงชูรส อ่านวิธีเลือกซื้อไส้กรอกเพื่อเช็คฉลากก่อนซื้อ
ไส้กรอกเหมาะกับเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป เด็ก 2-5 ขวบกินได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชิ้น เด็กโตกว่านี้กินได้บ่อยขึ้น พรีเมียมที่ใช้เนื้อจริงเยอะจะให้โปรตีนที่ดีสำหรับเด็กกำลังโต กินคู่กับข้าวสวยและผักจะได้สมดุลทางอาหาร
มีโรงงานหลายแห่งที่ผลิตในระดับพรีเมียม ส่วนใหญ่ได้ GMP และ HACCP ครบ บางแห่งมีฮาลาลด้วย โรงงานที่มีมาตรฐานนี้จะระบุไว้ชัดเจนบนฉลากและที่เว็บไซต์ของแบรนด์ ก่อนซื้อในจำนวนมากควรขอเอกสารรับรองมาตรฐานจากโรงงานเพื่อความมั่นใจ
ใช้ได้ทั้งคู่ บางร้านนิยมผสมไส้กรอก 2 เกรดในจานเดียวกัน เพื่อให้รสชาติหลากหลายและต้นทุนสมดุล เช่น ใช้พรีเมียมเป็นไส้กรอกหลักและทั่วไปเป็นไส้กรอกเสริม ลูกค้าจะได้รสที่หลากหลายในจานเดียว
สำหรับใครที่ต้องการทำธุรกิจขายปลีกหรือขายส่งไส้กรอกและอาหารแช่แข็ง ติดต่อ StarUp Foodsได้เลย เราพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องสูตรไส้กรอกเกรดพรีเมียมที่ใช้เนื้อไก่จริงสัดส่วนสูง ไม่ใส่ผงชูรสและสีสังเคราะห์ พร้อมตัวอย่างสินค้าให้ทดลองก่อนสั่งจริง ราคาส่งและเงื่อนไขจัดส่งคุยกันได้ตามจำนวนสั่ง ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน อย. และ GMP
อ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา: มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
- มกอช.: มาตรฐานสินค้าอาหารแปรรูป
- ฐานข้อมูลโภชนาการ INMU: คุณค่าทางอาหารไส้กรอก
- ฐานเศรษฐกิจ: ตลาดไส้กรอกในไทย
- Wikipedia: Sausage: มาตรฐานไส้กรอกระดับสากล