คนเป็นเบาหวานกินไส้กรอกได้ แต่ต้องเลือกประเภทและจำกัดปริมาณ ไส้กรอกที่เหมาะคือสูตรที่มีน้ำตาลต่ำกว่า 2 กรัมต่อ 100 กรัม คาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 5 กรัม โซเดียมไม่เกิน 600 มิลลิกรัม กินไม่เกิน 50-80 กรัมต่อวัน (1-2 ชิ้น) ร่วมกับข้าวกล้องและผักใบเขียวเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล หลีกเลี่ยงไส้กรอกอีสานที่มีข้าวผสม ไส้กรอกชีสที่ไขมันสูง และไส้กรอกหวานที่เติมน้ำตาลเพิ่ม
ทำไมเบาหวานต้องระวังไส้กรอก
ในไทยมีผู้ป่วยเบาหวานมากกว่า 5 ล้านคน เพิ่มขึ้นปีละ 200,000-300,000 คน ต้นเหตุหลักคือการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเกิน รวมถึงโซเดียมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงและกระทบไต ผู้ป่วยเบาหวานต้องคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเลือกอาหารที่ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ
ไส้กรอกเป็นเนื้อแปรรูปที่ดูเหมือนไม่มีน้ำตาล แต่จริง ๆ มี 3 จุดที่กระทบเบาหวาน
1. น้ำตาลในสูตร ไส้กรอกเกือบทุกยี่ห้อใส่น้ำตาลทรายในระดับ 1-3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก เพื่อช่วยกระบวนการหมัก ทำให้รสกลม ๆ และรักษาสีเนื้อ ไส้กรอกหวานบางชนิดเช่นที่ขายในตลาดเอเชียอาจใส่น้ำตาลถึง 5-8 เปอร์เซ็นต์
2. คาร์โบไฮเดรตจากแป้ง ไส้กรอกราคาประหยัดที่ผสมแป้งสาลี แป้งมันสำปะหลังในระดับ 10-30 เปอร์เซ็นต์ จะมีคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็ว
3. โซเดียมสูง โซเดียมในไส้กรอกเฉลี่ย 500-900 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มักมีความดันโลหิตสูงร่วม จะกระทบโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
บทความนี้แนะนำวิธีกินไส้กรอกอย่างปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งวิธีเลือกซื้อ ปริมาณที่เหมาะ และอาหารที่ควรกินคู่

ไส้กรอกประเภทไหนเหมาะกับเบาหวาน
ไม่ใช่ไส้กรอกทุกประเภทจะกินได้เท่ากัน 5 ประเภทหลักจำแนกได้ตามความเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
เหมาะ ไส้กรอกพรีเมียมเนื้อ 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้น
ไส้กรอกพรีเมียมที่ใช้เนื้อ 70-80 เปอร์เซ็นต์ขึ้น มีน้ำตาลต่ำกว่า 2 กรัมต่อ 100 กรัม คาร์บไฮเดรตน้อยกว่า 5 กรัม และโซเดียมไม่เกิน 600 มิลลิกรัม เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รสกลมไม่หวาน เนื้อแน่น
เหมาะปานกลาง ไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตและไส้กรอกรมควัน
ไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ตกับไส้กรอกรมควันระดับมาตรฐานทั่วไป มีน้ำตาล 2-3 กรัมและโซเดียม 600-720 มิลลิกรัม กินได้แต่ต้องจำกัดปริมาณและจับคู่กับข้าวกล้องและผัก ไม่กินทุกวัน
ระวัง ไส้กรอกชีสและไส้กรอกสอดไส้
ไส้กรอกชีสมีไขมันรวม 25-30 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก สูงกว่าไส้กรอกธรรมดา 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยเบาหวานที่มักมีปัญหาคอเลสเตอรอลร่วม ควรกินจำกัด หรือเลือกที่ใช้ Mozzarella low-fat แทน
ระวัง ไส้กรอกอีสานและไส้กรอกแหนม
ไส้กรอกอีสานมีข้าวผสมในสัดส่วน 15-25 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คาร์โบไฮเดรตสูง 12-18 กรัมต่อ 100 กรัม ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดขึ้นเร็ว ผู้ป่วยเบาหวานควรลดปริมาณเหลือ 30-50 กรัมต่อมื้อ และกินคู่กับผักเยอะ
หลีกเลี่ยง ไส้กรอกราคาประหยัดที่ผสมแป้งเยอะ
ไส้กรอกในตลาดสดราคา 50-90 บาทต่อกิโลกรัม มักผสมแป้ง 30-50 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรตสูง 15-25 กรัมต่อ 100 กรัม ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยง ถ้าจำเป็นกินจริง ๆ ลดเหลือครึ่งชิ้นและกินกับผักใบเขียว
ตารางเปรียบเทียบโภชนาการต่อ 100 กรัม
| ประเภทไส้กรอก | พลังงาน (กิโลแคลอรี) | คาร์บ (g) | น้ำตาล (g) | โปรตีน (g) | ไขมัน (g) | โซเดียม (mg) | เหมาะเบาหวาน |
| พรีเมียม 70%+ | 240-280 | 2-4 | 1-2 | 16-18 | 18-22 | 450-580 | ดี |
| แฟรงค์เฟิร์ตมาตรฐาน | 270-300 | 4-6 | 2-3 | 12-14 | 22-24 | 600-720 | ปานกลาง |
| รมควันมาตรฐาน | 260-290 | 3-5 | 2-3 | 14-16 | 20-22 | 480-650 | ปานกลาง |
| ชีสสอดไส้ | 290-320 | 5-7 | 2-4 | 13-15 | 25-28 | 600-820 | ระวังไขมัน |
| อีสาน/แหนม | 220-260 | 12-18 | 3-5 | 11-13 | 12-16 | 700-900 | ระวังคาร์บ |
| ราคาประหยัด ผสมแป้ง 30%+ | 200-240 | 18-25 | 4-6 | 7-10 | 10-14 | 500-700 | หลีกเลี่ยง |
ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยจากฉลากโภชนาการของแบรนด์ที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไทย อาจต่างกันตามยี่ห้อ
ปริมาณที่กินได้ต่อวัน
ผู้ป่วยเบาหวานต้องคุมแคลอรี คาร์โบไฮเดรต และโซเดียมให้อยู่ในกรอบที่แพทย์แนะนำ ไส้กรอกไม่ใช่อาหารต้องห้าม แต่ต้องอยู่ในงบประมาณรวมทั้งวัน
กรอบแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน type 2
- คาร์โบไฮเดรต 130-180 กรัมต่อวัน (ลดจากคนทั่วไปที่ 250-300 กรัม)
- โซเดียม 1,500-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- พลังงาน 1,400-1,800 กิโลแคลอรี (ตามน้ำหนัก)
ปริมาณไส้กรอกที่เหมาะ
- พรีเมียม 70%+ กินได้ 80-100 กรัมต่อวัน (1-2 ชิ้นใหญ่หรือ 4-5 ชิ้นค็อกเทล)
- แฟรงค์เฟิร์ตและรมควันมาตรฐาน 50-80 กรัมต่อวัน (1 ชิ้นใหญ่หรือ 3 ชิ้นค็อกเทล)
- ชีสสอดไส้ 30-50 กรัมต่อวัน (ครึ่งชิ้นถึง 1 ชิ้น) เพราะไขมันสูง
- อีสาน/แหนม 30-50 กรัมต่อวัน (1 ไม้) เพราะคาร์โบไฮเดรตสูง
- ราคาประหยัด หลีกเลี่ยง
ความถี่ที่แนะนำ ไม่เกิน 3-4 วันต่อสัปดาห์ สลับกับเนื้อสด ปลา และเต้าหู้
เทคนิคกินไส้กรอกให้ระดับน้ำตาลไม่ขึ้นเร็ว
วิธีกินมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกาย 5 เทคนิคนี้ช่วยให้ระดับน้ำตาลไม่พุ่ง
1 จับคู่กับใยอาหาร
กินไส้กรอกร่วมกับผักใบเขียว แตงกวา ผักสด หรือสลัด ใยอาหารช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจากไส้กรอก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลง
2 เลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว
ถ้าต้องกินคู่ข้าว เลือกข้าวกล้องที่เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร 5 หมู่ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาว 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้ากว่า
3 หลีกเลี่ยงซอสมะเขือเทศและซอสหวาน
ซอสมะเขือเทศ 1 ซองมีน้ำตาล 4-7 กรัม ซอสบาร์บีคิว 1 ช้อน 5-9 กรัม ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกมัสตาร์ดที่น้ำตาลน้อยกว่า หรือซอสพริกแบบไม่ใส่น้ำตาล
4 ทอดในน้ำมันเปล่า ไม่ปรุงเพิ่ม
ทอดไส้กรอกในน้ำมันเปล่า ไม่เติมเกลือ ซีอิ๊ว หรือซอส ใช้เครื่องเทศที่ไม่มีโซเดียมแทน เช่น พริกไทย ผงกระเทียม ออริกาโน่ จะรักษาโซเดียมและน้ำตาลรวมให้ต่ำที่สุด
5 กินช้า ๆ และไม่กินตอนหิวจัด
การกินไส้กรอกตอนหิวจัดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว เคี้ยวให้ละเอียดและกินช้าทีละคำ ดื่มน้ำเปล่าระหว่างกินจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า
ภาวะเบาหวานในระยะต่าง ๆ ต้องระวังเท่าไหร่
ความเข้มของการคุมไส้กรอกขึ้นกับระยะของเบาหวาน
ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)
HbA1c 5.7-6.4 เปอร์เซ็นต์ ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร 100-125 mg/dL คุมพอประมาณ กินไส้กรอกพรีเมียม 100 กรัมต่อวันได้ ไม่เกิน 4 วันต่อสัปดาห์
เบาหวาน type 2 ที่คุมได้ดี
HbA1c < 7 เปอร์เซ็นต์ ใช้ยาเม็ดอย่างเดียว กินไส้กรอกพรีเมียม 50-80 กรัมต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงไส้กรอกราคาประหยัดและไส้กรอกอีสานที่มีคาร์บสูง
เบาหวาน type 2 ที่คุมยาก
HbA1c > 8 เปอร์เซ็นต์ ฉีดอินซูลิน ลดไส้กรอกเหลือ 30-50 กรัมต่อวัน 2 วันต่อสัปดาห์ และเลือกเฉพาะพรีเมียมเท่านั้น ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเมนู
เบาหวาน type 1
ผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินตามมื้อต้องนับคาร์โบไฮเดรตจริง ไส้กรอกมีคาร์บ 2-25 กรัมต่อ 100 กรัม ตามประเภท ใช้คำนวณให้ตรงสำหรับการฉีดอินซูลิน
ที่ StarUp Foods ผลิตไส้กรอกที่เหมาะกับเบาหวานไหม
StarUp Foods ผลิตไส้กรอกในระดับโรงงานคุณภาพมาตรฐาน เนื้อ 65-75 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 3-5 กรัมต่อ 100 กรัม น้ำตาล 1-2 กรัม โซเดียม 480-650 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการกินไส้กรอกเป็นโปรตีน
ดูสินค้าของ StarUp Foods ที่มีฉลากโภชนาการระบุค่าน้ำตาล คาร์บ และโซเดียมชัดเจน เลือกประเภทที่ตรงกับกรอบโภชนาการที่แพทย์แนะนำ หรือปรึกษา StarUp Foods เพื่อขอข้อมูลโภชนาการแบบละเอียดของแต่ละสูตร
หากต้องการเปรียบเทียบโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตของไส้กรอกแต่ละประเภท บทความโปรตีนในไส้กรอก อธิบายไว้ละเอียด
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ดี กินไส้กรอกพรีเมียม 50-80 กรัมต่อวัน หรือ 1-2 ชิ้นใหญ่ ถ้าเป็นค็อกเทลเล็กกินได้ 4-5 ชิ้น ผู้ป่วยที่คุมยากหรือใช้อินซูลิน ลดเหลือ 30-50 กรัมต่อวัน และเลือกเฉพาะแบรนด์ที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า 5 กรัมต่อ 100 กรัม
จริง ไส้กรอกอีสานมีข้าวผสม 15-25 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก ทำให้คาร์โบไฮเดรตสูง 12-18 กรัมต่อ 100 กรัม เทียบกับไส้กรอกพรีเมียมที่มีคาร์บ 2-4 กรัม การกินไส้กรอกอีสาน 2 ไม้จะให้คาร์บ 25-35 กรัม เทียบเท่าข้าวสวย 1.5 ทัพพี ผู้ป่วยเบาหวานควรลดปริมาณเหลือ 1 ไม้และไม่กินคู่ข้าวเหนียวเพิ่ม
ขึ้นกับสูตร ไส้กรอก plant-based บางยี่ห้อมีโปรตีนถั่วเหลืองเป็นหลัก คาร์บต่ำ 3-6 กรัมต่อ 100 กรัม เหมาะกับเบาหวาน บางยี่ห้อใช้แป้งเป็นเนื้อหลัก คาร์บสูง 15-20 กรัม ไม่เหมาะ ดูฉลากโภชนาการก่อนซื้อ เลือกที่โปรตีน 12-16 กรัม คาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า 8 กรัมต่อ 100 กรัม
ไส้กรอกหวานสไตล์ไต้หวันหรือฮ่องกง มีน้ำตาลถึง 5-8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก หรือ 5-8 กรัมต่อ 100 กรัม สูงกว่าไส้กรอกธรรมดา 3-4 เท่า ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยง ถ้าอยากลองกินจริง ๆ เหลือ 30-40 กรัมต่อมื้อ และไม่กินวันเดียวกับข้าวเหนียวหรือผลไม้หวาน
ไม่ต่างกันมากในแง่โภชนาการรวม แต่กินตอนเช้าจะมีเวลาเผาผลาญพลังงานทั้งวัน ระดับน้ำตาลในเลือดที่ขึ้นจะค่อย ๆ ลงตามกิจกรรม ส่วนกินตอนเย็นใกล้นอน ระดับน้ำตาลที่ขึ้นจะค้างอยู่นานกว่า ผู้ป่วยเบาหวานแนะนำกินไส้กรอกในมื้อกลางวันหรือเช้าจะดีกว่ามื้อค่ำ
อ้างอิง
- สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย: แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข: แนวทางลดน้ำตาลและโซเดียม
- สสส. โภชนาการเบาหวาน: การจัดการอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
- WHO Diabetes Guidelines: แนวทางจัดการเบาหวานระดับสากล
- สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล: ฐานข้อมูลโภชนาการอาหารไทย